ค้างคาว(Bat)  เป็นรังโรคติดเชื้อสู่คน

แชร์ให้เพื่อน

ค้างคาว(Bat)  เป็นรังโรคติดเชื้อสู่คน

ค้างคาว(Bat)​มีหลายชนิด (เช่น ค้างคาวกินแมลงนิ้วสั้น ค้างคาวขุนช้าง ค้างคาวคุณกิตติ เป็นต้น)​เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่สามารถบินได้  ชอบออกหากินในเวลากลางคืนเนื่องจากมีแมลงจำนวนมากและใช้คลื่นเสียงในการนำทางเพื่อออกหากินและกลางคืนเงียบสงบ เสียงรบกวนมีน้อย มักนอนหลับในเวลากลางวันโดยหลับแบบห้อยหัวเป็นท่าที่เหมาะกับโครงสร้างปีกและลำตัวของมันที่พร้อมจะบินได้ในเวลาที่รวดเร็วโดยมักอยู่อาศัยในถ้ำป่าที่สมบูรณ์​และพบแหล่งเชื้อไวรัสหลายชนิดซึ่งก่อโรคในคนเช่น
.ไวรัสซาร์ส (SARS)ย่อมาจากคำว่า Severe Acute Respiratory Syndrome) คือกลุ่มอาการโรคระบบหายใจเฉียบพลันอย่างรุนแรง พบการแพร่ระบาดหลายประเทศในโลกและต้นกำเนิดของโรคจากมณฑล​กวางตุ้ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งในสมัยนั้นจัดให้โรคซาร์ส(SARS)​เป็นไข้หวัดมรณะ การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาแบบปอดบวมที่ไม่ทราบชนิดของเชื้อเช่นบางคนให้ยาปฏิชีวนะ​ ยาต้านไวรัส  หรือ ยา steroids แต่ผลการรักษาก็ยังกำกวม

  • ไวรัสนิปาห์(Nipah)​ พบการติดเชื้อในมาเลเซียและมีคนเสียชีวิต โดยหมูรับเชื้อจากค้างคาว และคนรับเชื้อจากหมูอีกทีหนึ่งซึ่งนับว่าเป็นการแพร่เชื้อในระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
  • ไวรัสโคโรน่า(Corona virus) หรือ โควิด 19 พบการติดเชื้อจากสาธารณรัฐประชาชนจีน​หลังจากนั้นมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมากซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการระบาดอยู่และมีการพัฒนา​สายพันธุ์​ไวรัสที่ดื้อต่อวัคซีนโดยสามารถติดตามอ่านบทความเรื่อง ระวังไวรัส​ตัวใหม่​สายพันธุ์​ XBB

เมื่อปลายเดือนกรกฎา​คมที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยว เข้าชมค้างคาวในโพรงต้นไม้ใหญ่ในป่าใช้ช่วงเวลาอยู่ในโพรงไม้ไม่เกิน 15 นาที  ต่อมาภายในหนึ่งเดือนมี ไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย​ เหนื่อยง่าย ผลเอกซเรย์พบจุดขนาดแตกต่างกันกระจายทั่วปอดจากการตรวจพิสูจน์​พบเชื้อรา Histoplasma capsulatum ซึ่งเป็นเชื้อราก่อโรค
ฮิสโตพลาสโมซิส(Histoplasmosis)​ที่อยู่ในมูลค้างคาวและติดจากสปอร์​ของเชื้อราโดยการหายใจเข้าสู่ปอดโดยพบอาการคนแรกหลังผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว ถ้าการติดเชื้อกับคนที่มีอายุน้อยและแข็งแรงมักไม่แสดงอาการ จะหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่จะเจ็บป่วยในผู้ที่มีอายุมาก เด็กเล็ก และผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัว การรักษาโดยให้ยาฆ่าเชื้อรา

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พบคนทำคอนเทนต์กินค้างคาวต้มปรุงสุกออกโซเชียล​ แพทย์ออกมาเตือนว่าแม้ปรุงสุกก็เสี่ยงรับเชื้อโรคเนื่องจากค้างคาวเป็นสัตว์รังโรคซึ่งพบเชื้อไวรัสมากกว่า60ชนิดและเชื้อราในมูลค้างคาวอีกด้วย ซึ่งก่อนการนำมาปรุงสุกต้องสัมผัสกับค้างคาว อาจแพร่กระจายเชื้อโรคมาสู่ผู้ที่สัมผัสกับค้างคาวได้

โรคฮิสโตพลาสโมซิส(Histoplasmosis)
สาเหตุเกิดจากติดเชื้อราในมูลของสัตว์ปีกโดยเฉพาะนกและค้างคาวที่อยู่ตามพื้นดินที่ปนเปื้อนมูลสัตว์ชนิดดังกล่าวซึ่งเป็นโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจโดยพบกับกลุ่มคนที่สัมผัสกับสถานที่ที่ค้างคาวหรือสัตว์ปีกอาศัยอยู่เช่นโพรงไม้ ที่อากาศ​ไม่ถ่ายเทและอับชื้น เล้าไก่ ที่อยู่อาศัยที่รกร้างมีนกพิราบอาศัยอยู่ โดยจะแสดงอาการในเวลา 10 วัน หลังรับเชื้อราจากมูลนกและค้างคาว
พบการติดเชื้อได้บ่อยในกลุ่มนักสำรวจถ้ำ คนที่ล่าสัตว์ป่ามารับประทานเนื่องจากการสัมผัส​เชื้อก่อนปรุงสุก คนเลี้ยงเป็ดไก่  คนสวน คนงานรื้อถอนอาคารต่างๆ

อาการของโรคฮิสโตพาสโมซิส(Histoplasmosis)

  • ไข้ ไอแห้งๆ เจ็บแน่นหน้าอก ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อกระดูก หนาวสั่น หากมีอาการรุนแรงขึ้นต้องรีบไปพบแพทย์ เช่น ไข้สูง ไอเป็นเลือด หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ปวดศีรษะ​ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อเข้าสู่สมองและไขสันหลังตามมาได้ ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้
    การรักษาโดยการให้ยาฆ่าเชื้อรา

แม้ค้างคาวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นแหล่งของเชื้อไวรัสมากกว่า 60 ชนิด แต่มนุษย์​ก็ยังสรรหา​นำมาเป็นอาหารรับประทานในเมนูพิศดาร​ต่างๆ  ในบางกลุ่มมีความเชื่อว่าค้างคาวเป็นยาอายุวัฒนะ​ หรือรับประทานเพื่อสร้างคอนเทนต์​เรียกยอดดูจาก

โซเชียล​ ทีมแพทย์และสาธารณ​สุขออกมาเตือนแล้วว่าไม่ควรรับประทานค้างคาวแม้ปรุงสุกแล้วก็ตาม เพราะการติดเชื้อจากค้างคาว(Bat) ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นพร้อมที่จะติดต่อมาสู่คนได้ตลอดเวลาซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสัมผัสค้างคาวก่อนนำมาปรุงสุกเพราะถ้าติด​เชื้อไวรัส​ตัวใหม่​อีกอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมาก็ได้ใครจะรู้

ติดตามบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ healthybestcare.com

แชร์ให้เพื่อน