ผัดฉ่าปลาแซลมอน อุดมไปด้วยสมุนไพรไทยช่วยรักษาโรค
ผัดฉ่าปลาแซลมอน(Spicy Stir Fried Salmon)
เป็นเมนูอาหารที่พบได้บ่อยตามร้านอาหาร อุดมไปด้วยโอเมกา3และสมุนไพรไทยหลายชนิด เป็นอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนของสมุนไพรไทยเหมาะสำหรับคนที่มีธาตุเย็นเพื่อช่วยปรับสมดุลของร่างกาย
เรามาดูกันเลยว่ากินผัดฉ่าปลาแซลมอน(Spicy Stir Fried Salmon)มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?

1.ปลาแซลมอน
ปลาแซลมอนเป็นปลาที่กระจายพันธุ์แถบซีกโลกเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสก้า ไซบีเรีย ยุโรปเหนือ เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ทั้งนี้ยังเป็นปลาเลี้ยงอย่างแพร่หลายในฟาร์มทั่วโลก
ปลาแซลมอนตามธรรมชาติจะว่ายทวนกระแสน้ำจากมหาสมุทรเพื่อไปวางไข่ที่แม่น้ำที่เป็นแหล่งน้ำจืด(เป็นแหล่งที่ลูกปลาออกจากไข่)พฤติกรรมการว่ายกลับถิ่นกำเนิดของปลาอาศัยความจำเกี่ยวกับกลิ่นของแหล่งน้ำนั้นๆ
ปลาแซลมอนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง นับเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีราคาสูง เนื้อปลาแซลมอนมีสีส้มออกไปทางแดงเนื่องจากมีรงควัตถุแคโรทีนอยด์(Carotenoid pigment)
เนื้อปลาแซลมอนมีสารอาหารและประโยชน์ดังนี้
- เนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันและโอเมกา-3 สูง ช่วยบำรุงเซลล์สมอง เป็นปลาที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้บริโภค
- เนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยวิตามินเอ ดี บี6 บี12 ไนอาซิน ไรโบเฟลวิน ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ความจำดีขึ้น
- เนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก แคลเซียมสังกะสี แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงเลือดทั้งยังช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วย
- เนื้อปลาแซลมอนเหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ เพราะเป็นเนื้อปลาที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ต่อ
ร่างกายสูง - การรับประทานเนื้อปลาแซลมอนช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็งบางชนิดเนื่องจากเนื้อปลาอุดมไปด้วยไขมันดี
การปรุงอาหารเนื้อปลาแซลมอนนิยมทำรมควัน อบ ทอด แต่สำหรับเมนูอาหารไทยนำมาปรุงผัดฉ่าปลาแซลมอนก็เป็นอีกหนึ่งเมนูซึ่งอุดมไปด้วยสารคุณค่าทางอาหารและสมุนไพรที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายตามร้านอาหารไทยทั่วไป
- การรับประทานเนื้อปลาดิบอาจมีพยาธิซึ่งเป็นพยาธิทะเลสามารถก่อโรคในคนได้
- การรับประทานเนื้อปลาและไข่ปลาแซลมอนดิบจากนอร์เวย์ทำเมนูซาซิมิ ซูชิ เนื่องจากไม่มีพยาธิ
- การรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเลี้ยงอาจมีสารปนเปื้อนมลพิษที่สูงเป็นแปดเท่าของแซลมอนธรรมชาติ แต่ก็ยังถือว่าต่ำมากของการเกิดพิษต่อร่างกาย

2.กระชายขาว
เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมายาวนานและนำมาปรุงอาหารออกฤทธิ์ร้อน มีประโยชน์ต่อสุขภาพในช่วงทีมีการระบาดของโรคโควิด 19 มีการนำมารับประทานในรูปแคปซูล น้ำกระชายขาว และปรุงอาหารเมนู แกงป่า แกงเผ็ด ผัดฉ่า เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด19
ประโยชน์ของกระชายขาวมีดังต่อไปนี้คือ
- จากข้อมูลการวิจัยพบว่าในกระชายขาวมีสารพิโนสโตบินและแพนดูราทินเอ ช่วยต้านโรคโควิด19ได้
- ช่วยรักษาอาการหวัด คัดจมูก วิงเวียนศีรษะเนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหย
- พบว่าการรับประทานกระชายขาวช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ที่ก่อโรคกระเพาะอาหารและลำไส้
- การรับประทานกระชายขาวช่วยเพิ่มการขับพิษออกจากตับ
- การรับประทานกระชายขาวช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

3.พริกไทยอ่อน
พริกไทยอ่อนมีรสชาติเผ็ดร้อน ใช้ปรุงอาหารและเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆเช่น
- ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ
- ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในลำไส้
- ออกฤทธิ์ร้อนช่วยขับเหงื่อ ลดไข้
- ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ไขมันส่วนเกิน และใช้เป็นสมุนไพรลดน้ำหนักได้ด้วย
- ช่วยแก้อาการเป็นลม วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย
- นอกจากนี้สารสกัดจากพริกไทยเป็นอาวุธป้องกันตัวในรูปของสเปรย์พริกไทยฉีดใส่ตาของคนร้ายได้
4.พริกชี้ฟ้า กระเทียม และใบมะกรูด
อ่านประโยชน์ของพริกชี้ฟ้า กระเทียม ใบมะกรูดได้เพิ่มเติมในบทความเรื่อง ต้มยำกุ้งอุดมไปด้วยสมุนไพรไทยช่วยรักษาโรค
จะเห็นได้ว่าเมนูผัดฉ่าปลาแซลมอนนั้น สามารถทำรับประทานเองได้ และสมุนไพรที่ใช้เป็นพืชผักสวนครัวหลังบ้านแต่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคต่างๆได้ แต่ราคาของปลาแซลมอนอาจแรงเนื่องจากเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สามารถปรับเปลี่ยนเมนูเป็นปลาสวาย หรือปลาน้ำจืดตามความเหมาะสมได้แต่อาจได้รับประโยชน์น้อยกว่าเรื่องชนิดของปลา
ติดตามบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ healthybestcare.com