Episodes 3 การใช้ชีวิตในเมืองหลวงหลังป่วยโควิด 19 (ปี 2566)
ตอน. (การดูแลตนเองเมื่อตรวจพบระดับไขมันในเลือดสูง)
บทความนี้ต่อเนื่องจากการไปตรวจสุขภาพประจำปี หลังจากเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด 19 จากปัญหาที่พบคือ มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะเป็นครั้งคราว จากประวัติการตรวจสุขภาพประจำปีของปีที่แล้วพบระดับไขมันในเลือดสูงไม่มากนัก แต่ผู้เขียนเลือกวิธีการดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น ว่ายน้ำ ฟิตเนส และโยคะ และการจำกัดอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง ต่อมาเกิดการติดเชื้อโควิดในปี 2564 (ช่วงที่มีการระบาดหนัก) รักษาโดยการกินยาไวรัสตัวหนึ่ง ร่วมกับยาอื่นๆอีกหลายอย่าง ทั้งยาแก้ปวดลดไข้ ยาสมุนไพร ยาด้านจิตเวช หรือที่เรียกว่า สารพัดยานั่นเอง แต่ไม่ได้ติดตามตรวจการทำงานของตับ หลังจากตรวจสุขภาพประจำปี 2566 พบระดับไขมันในเลือดสูงโดยเฉพาะคอเลสเตอรอลและความหนาแน่นของไขมันเลว(LDL) สูงถึง 234 เมื่อเทียบกับค่าปกติไม่เกิน 150 ส่วนระดับไขมันดี (HDL) มีค่าปกติ คือ 71 เมื่อเทียบค่าปกติ 40 -150 ร่วมกับตับอักเสบเล็กน้อย
แพทย์พิจารณาสั่งให้กินยาลดระดับไขมันในเลือดครึ่งเม็ดก่อนนอนเป็นเวลา 3 เดือนแล้วให้ติดตามเจาะเลือดอีกครั้ง
การกินยาลดระดับไขมันในเลือดเป็นทางเลือกในการลดระดับไขมันได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องจากผู้เขียนมีระดับไขมันในเลือดที่สูงมาก แต่ก็ต้องควบคุมอาหารบางชนิดและออกกำลังกายเป็นประจำ ร่วมกับการพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพและจัดการกับความเครียดด้วยตนเองได้อย่างเหมาะสม (สามารถหาอ่านได้เพิ่มเติมในบทความอื่นๆ)

ผู้เขียนมองว่าเมื่ออายุเกิน 50 ปีร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงในด้านของการเสื่อมถอยลง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องดูแลสุขภาพของตนเองอย่างจริงจัง โดยเน้นการดูแลในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
- การควบคุมอาหาร จะเห็นว่าอาหารแต่ละอย่างแต่ละชนิดนั้นถ้าเราบริโภคเกิดความต้องการของร่างกาย ก็ส่งผลทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ สำหรับประเด็นนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงอาหารที่ควรลดการบริโภคลงหากเรามีระดับไขมันในเลือดสูงได้แก่ ขนมปังชนิดต่างๆ ตับหมู ข้าวโพดขั้ว มันฝรั่งทอด ขนมขบเคี้ยวชนิดต่างๆ Cake Cookies Pizza ขนมที่มีส่วนประกอบของไขมัน เนย นม ไข่แดง และ เนื้อสัตว์ทั้งหลาย อาหารทะเล (กุ้ง ปู หอย ปลาหมึก) เ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแพะ เป็นต้น อาหารแปรรูป เช่นไส้กรอก กุนเชียง ชีส ครีมชีส โยเกิร์ต การเติม toffee ต่างๆ ในเครื่องดื่ม เป็นต้น อาหารที่ควรเลือกรับประทานได้แก่ โปรตีนจากเนื้อปลา (ทั้งปลาทะเลน้ำลึกและปลาน้ำจืด) เนื้อไก่ ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เล่ย์ แอปเปิล ลูกพรุน ซึ่งมีใยอาหารสูงควรเน้นรับประทานปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ทูน่า แมคคาเรล แซลมอล ซาดีน เป็นต้น และผู้เขียนเลือกกินอาหารเสริม โอเมก้า 3 แต่ต้องระมัดระวังต้องกินพร้อมอาหารอาจเกิดการกัดกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อนตามมาได้ เน้นการปรุงปลาแบบย่าง นึ่ง อบ ควรงดการปรุงแบบทอด การรับประทานสลัดควรใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำสลัดอื่นๆ แต่ต้องระวังเพราะน้ำมันมะกอกมีพลังงานสูง ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ และผัก ควรเน้นผักใบเขียวชนิดต่างๆ ควรรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงในปริมาณน้อยๆ
- ควรงดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลทำให้ตับทำงานหนักและเกิดการอักเสบตามมาได้ง่าย
- การออกกำลังกาย สำหรับการออกกำลังกายควรเลือกตามความเหมาะสมของร่างกายเช่น การเดินออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาที การวิ่งเหยาะๆ การเล่นโยคะ การเล่นฟิตเนส การว่ายน้ำ เป็นต้น
- การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงและเป็นการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพด้วย ไม่ใช่เป็นการนอนหลับๆ ตื่นๆ ปัญหาการจากใช้เครื่องมือสื่อสารอาจส่งผลให้นอนหลับยากได้เป็นต้น ฉะนั้นหากเป็นเวลานอนหลับพักผ่อนควรปิดโหมดเสียงเพื่อลดการรบกวนเวลาในการนอนหลับพักผ่อน
- การดื่มน้ำสะอาดให้มีความเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
- การจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสมเช่น การท่องเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง การปลูกต้นไม้ หรือ การทำงานอดิเรก เป็นต้น เพราะความเครียดจะส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะแปรปรวน เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและทางจิตใจหากไม่สามารถจัดการความเครียดได้อย่างเหมาะ (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความการจัดการความเครียดด้วยตนเองแบบง่ายๆ)
จะเห็นได้ว่าเรื่องของโรคไขมันในเลือดสูงนั้นเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่มีระดับไขมันสูง การขาดการออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้เขียนหวังว่าหลังผ่านไปสามเดือนระดับคอเลสเตอรอลน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติหลังติดตามการเจาะเลือดอีกครั้ง
หากสนใจบทความด้านสุขภาพสามารถอ่านได้เพิ่มเติมได้ที่ healthybestcare.com